หมวดหมู่สินค้า

 
-ใบทะเบียนพานิชย์
-พานิชย์อิเล็คทรอนิกส์
 

 

รวมลิงก์

ส้นทางสุขภาพ
งานวิจัยสมุนไพรกับมะเร็ง
ถาม-ตอบกับ รพ.ศิริราช
รอบรู้เรื่องมะเร็ง
ทำอย่างไรเมื่อเข้าสู่วัยทอง
เห็ดหลินจือรักษาโรค
กรมพัฒนาธุรกิจ

 

 

งานวิจัยเรื่องใบบัวบก
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Centella asiatca L. ชื่ออื่น ผักแว่น ผักหนอก

ส่วนที่ใช้เป็นยา ส่วนเหนือดินหรือทั้งต้น
การออกฤทธิ์ บัวบกมีสาระสำคัญจำพวก triterpenoids ได้แก่ Asiatic acid , madecassic acid, asiaticoside และ madecassoside กระต้นการสร้าง collagen และ glycoaminoglyam เร่งกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ลดการเกิด fibrosis ของแผล ช่วยป้องกันการเกิดแผลเป็นได้ ยับยั้งกระบวนการอักเสบและเร่งการสร้างหลอดเลือด เพิ่ม exprdssion ของ growth factor genes และยีนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างหลอดเลือดใหม


ผลการวิจัยทางคลินิค
มีรายงานการวิจัยทางคลินิกหลายรายงานที่เป็น randomized controlled trials ซึ่งแสดงให้เห็นประสิทธิภาพของบัวบกขนาด 90-180 มิลลิกรัม/วัน ในการบรรเทาอาการที่เกิดจากความผิดปกติต่าง ๆ ของระบบหลอดเลือดดำ ได้แก่
• Venous hypertension ช่วยลด capillary filtration rate อาการบวนของข้อเท้า ทำให้ micro-circulation ที่ขาของผู้ป่วยดีขึ้น ปริมาตรของขาลดลง
ภาวะ venous microangiopathy ดีขึ้น และช่วยลด capillary permeability ที่เพิ่มขึ้นในผู้ป่วยโรคนี้
• Venous insufficiency ช่วยลดอาการบวมของขาและความรู้สึกหนักที่ขาและลดการขยายตัวของหลอดเลือดดำ
• ช่วยลดอัตราการบวมของขา และความรู้สึกหนักที่ขาและลดการขยายตัวของหลอดเลือดดำ
• ช่วยลดอาการบวมของข้อเท้าในผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดขอดซึ่งต้องเดินทางด้วยเครื่องบินชั้นประหยัดนานกว่า 3 ชั่วโมง
การวิจัยทางเภสัชจลนศาสตร์ แสดงให้เห็นว่าเมื่อรับประทางสารสกัดหรือน้ำคั้นบัวบกเข้าไป ในบัวบกจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ดีและให้ประสิทธิภาพในการรักษาแผลได้เช่นกัน โดยสาร asiaticoside จะถูกเปลี่ยนเป็น Asiatic acid
ซึ่งเป็นสารสำคัญในการออกฤทธิ์
ข้อบ่งใช้ ใช้สมานแผล (บัญชียาจากสมุนไพร) เร่งการหายของแผน ลดการเกิดแผลเป็นและ keloid (WHO monograph)
ข้อห้ามใช้ ห้ามใช้ในคนที่แพ้สมุนไพรวงศ์ Umbelliferae
อาการไม่พึงประสงค์ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน สำหรับบัวบกแคปซูลของโรงพยาบาลอู่ทอง (400 มิลลิกรัม/แคปซูล)
รับประทาน 1 แคปซูล 3 เวลา ก่อนอาหาร นาน 15 วัน (รับประทาน 7 วัน เว้น 4 วัน)

ที่มา : คู่มือการใช้ยาจากสมุนไพร สำหรับสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ กลุ่มงานส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร สถาบันการแพทย์แผนไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข

วิจัยอื่น ๆ
“ใบบัวบก” เป็นผักพื้นบ้านของไทยที่คนโบราณรู้ในสรรพคุณทางยา โดยจะใช้ใบสดตำละเอียดแล้วนำไปพอกบริเวณที่เป็นแผลเปื่อยในช่องปาก แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกช่วยในการสมานแผล สามารถทำให้แผลที่เกิดลายนูนลดลง จากการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ พบว่าใบบัวบกมีสารออกฤทธิ์ คือ กรด Madecassic กรด Aslatic และ Aslaticoside สามารถเร่งเนื้อเยื่อและระงับการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดหนอง และลดการอักเสบ รวมทั้งยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อราได้อีกด้วย
ผลงานดังกล่าวเป็นงานวิจัยของ “รศ.ภญ.ดร.มยุรี ตันติสิระ” ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ หนึ่งในคณะผู้วิจัยที่ศึกษาวิจัยเรื่อง “ โครงการศึกษาฤทธิ์และความเป็นพิษของสารสกัดมาตรฐานบัวบก”เผยว่า สารสกัดมาตรฐานบัวบกมีความสำคัญในการทำงานวิจัย เนื่องจากสมุนไพรมีฤทธิ์ทางยาไม่แน่นอน และสารบริสุทธิ์มีราคาแพงมาก
“ประเทศอื่นจะมาใช้อ้างอิงไม่ได้ คณะวิจัยจึงใช้เวลากว่า 5 ปีในการหาสารสกัดมาตรฐานบัวบกที่จะนำมาใช้ในการทำงานวิจัยของประเทศไทย ขั้นตอนในการศึกษา เริ่มจากการคัดเลือกสายพันธุ์บัวบก แหล่งที่ปลูกและนำผลผลิตตั้งแต่รากไปจนถึงก้านใบที่ออกตามฤดูกาลมาทดลองตรวจหาสารออกฤทธิ์รวมไปถึงการตรวจสอบปริมาณแสงสภาพดินและปริมาณน้ำ”
โดยเบื้องต้นได้นำใบบัวสดจำนวน 1000 กก.มาทำให้แห้งเหลือ 200 กก. นำไปหั่นละเอียดและสกัดออกมาเป็นผงสีขาวเป็นสารออกฤทธิ์ในอัตรประมาณ 2 กิโลกรัมก่อนจะนำไปตรวจทางเคมีเบื้องต้น เมื่อทราบผลจึงนำไปทดลองแก้ไขสภาวะการบกพร่องของการเรียนรู้ทางความจำ โดยใช้วิธีปิดกั้นหลอดเลือดที่ขึ้นไปเลี้ยงสมองไว้ชั่วคราว เพื่อให้หนูทดลองแก้ไขสภาวะการบกพร่องของการเรียนรู้ช้า และลืม แล้วทดสอบด้วยการป้อนสารสกัดติดต่อกัน 90 วัน พบว่าหนูทดลองมีการเรียนรู้ที่ดีขึ้นจนใกล้เคียงกับหนูทดลองปกติ
การทดสอบความเป็นพิษ
“ให้สารสกัดบัวบกแก่หนูทดลอง 3 ขนาด ได้แก่ 10 มิลลิกรัม 100 มิลลิกรัมและ 1000 มิลลิกรัมเป็นเวลา 3 เดือน พบว่าไม่มีหนูทดลองทั้งเพศผู้และเพศเมียตัวใดตาย อีกทั้งยังมีการเจริญเติบโตที่เป็นปกติ เมื่อผ่าตัดดูเนื้อเยื่อก็ไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใดแสดงให้เห็นว่ามีความปลอดภัยในระดับสูง นอกจากนี้ในขั้นตอนสุดท้ายยังมีการเปลี่ยนสารเป็นสีขาวนวล เพื่อเพิ่มความสะดวกในการรักษาแผลเนื่องจากสารสกัดบัวบกทั่วไปจะมีสีเขียวคล้ายกับแผล เมื่อใช้ในการสมานแผลจะทำให้การวินิจฉัยเป็นไปได้ยาก”
สำหรับการต่อยอด เพื่อใช้ประโยชน์สารดังกล่าว ศ.ภญ.ดร.มยุรี กล่าวว่า จะมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมถึงการใช้สารสกัดมาตรฐานบัวบกร่วมกับยาตัวอื่น“ต้องดูว่าจะมีปฎิกริยาต่อกันอย่างไร และจำนำมาทดลองในคน โดยเริ่มจากการทดลองกับแผลร้อนในว่าจะทำให้แผลหายเร็วขึ้นและลดอาการแสบร้อนหรือไม่ นอกจากนี้ได้มีการทำวิจัยร่วมกับอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯในการพัฒนาสารเพื่อนำไปรักษาโรคสะเก็ดเงิน การรักษาภาวะผมร่วงและภาวะหลงลืม”...
โดย งานวิจัยของ “รศ.ภญ.ดร.มยุรี ตันติสิระ”
ผู้จัดการออนไลน์ 21 พฤศจิกายน 25